Ong Bak 2 | องค์บาก 2 (2008)

Ong-Bak2 (2008)

Ong Bak 2 | องค์บาก 2 (2008)

หากเอ่ยถึงชื่อของ จา พนม แล้วนั้น ทุกคนต้องนึกถึงหนังแอ็คชั่น เจ้าของสโลแกน ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้สตั้นท์และฉากแอ็คชั่นมันส์กันทั้งเรื่องอย่างแน่นอน และนี่คือจุดขายของภาพยนต์ทุกเรื่องของจา พนม วันนี้เราเลยจะมาขอย้อนเรื่องราวของหนังที่ชายคนนี้เคยแสดง กับภาพยนตร์เรื่องจาก เว็บดูหนังออนไลน์ เรื่อง องค์บาก 2 (2008)

เป็นผลงาน แอคชั่น Action ของผู้กำกับ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในตลาดต่างประเทศ ภาพยนตร์เขียนบทและกำกับโดย ทัชชกร ยีรัมย์ ไอยราฟิล์ม โดยการสนับสนุนของพันนา ฤทธิไกร โดยมีการนำศิลปะการต่อสู้ของไทย มาผสมผสานกับศิลปะการแสดงโขน

Ong-Bak2

ในสยามในศตวรรษที่ 15 ในรัชสมัยของบรมราชาธิราชที่ 2 แห่งอาณาจักรอยุธยา (ครองราชย์ พ.ศ. 1424-1448) เถียนบุตรชายของขุนนางพระเจ้าสีหเดโชปรารถนาที่จะเป็นนักรบเหมือนบิดาของเขา แต่ด้วยความรังเกียจเขาจึงถูกบังคับให้เรียนเต้นรำแทนทักษะการต่อสู้ ในขณะเดียวกันลอร์ดราชเสนาซึ่งเป็นขุนศึกผู้ทรยศส่งมือสังหารไปสังหารครอบครัวของสีหเดโช เถียนผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในการสังหารหมู่สามารถหลบหนีได้และเขาสาบานว่าจะแก้แค้นราชเสนา เถียนถูกจับโดยกลุ่มพ่อค้าทาสซึ่งโยนเขาลงไปในสระน้ำพร้อมกับจระเข้ตัวใหญ่เมื่อเขาพิสูจน์ว่าไม่สามารถควบคุมได้ ในเวลานั้นผาบีกครุฑ (“ผาปีกครุฑ”) กลุ่มนักรบที่เชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้ของเอเชียต่างๆ ก็แสดงตัวและโจมตีพ่อค้าทาส เชอนังหัวหน้ากลุ่มช่วยเถียนด้วยการขว้างมีดให้เขาซึ่งเตียนใช้ฆ่าจระเข้ เชอนังรู้สึกทึ่งกับความสามารถทางร่างกายและความมุ่งมั่นที่แท้จริงของเด็กชายเชอนังจึงพาเถียนไปพบกับคุณพ่อเซงปาผู้ปลอบประโลมที่อ้างว่าเถียนถูกกำหนดให้เป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่ เชอนังรับเตียนเป็นลูกชายของเขาและให้ลูกน้องของเขาฝึกฝนเขาในศิลปะการต่อสู้แบบเอเชียประเภทต่างๆ รวมถึงมวยไทยและกระบี่กระบอง เคนจุสึของญี่ปุ่นและนินจุทสึอินเดีย กะลาริปายัตตู มาเลย์ซิลัตรวมถึงศิลปะการต่อสู้แบบต่างๆของจีน เถียนยังเรียนรู้ที่จะใช้อาวุธเช่นนินจาโต, คาทาน่า, เจี้ยน, เต๋า, ทัลวาร์, นันจากุ, เชือกโผและไม้เท้าสามส่วน 

องค์บาก 2

เมื่อเถียนอายุมากขึ้นเขาก็กระตือรือร้นที่จะเริ่มแสวงหาการแก้แค้น ด้วยความช่วยเหลือจากผาปีกครุฑ เขาติดตามพ่อค้าทาสที่กดขี่เขาและสังหารพวกเขา หลังจากนั้นเขาก็ปลอมตัวเป็นนางรำและแทรกซึมเข้าไปในวังของพระเจ้าราชเสนาเพื่อลอบสังหารขุนศึก หลังจากเห็นได้ชัดว่าเขาฆ่าราชเสนาแล้วเขาก็กลับไปที่หมู่บ้านผาผึ้งครุธ ซึ่งเขาถูกโจมตีโดยมือสังหารที่สวมหน้ากากหลายคน หลังจากเอาชนะระลอกคลื่นสังหารในที่สุดเขาก็ได้พบกับการจับคู่ของเขาโดยภูติสังขะ (“อีกาผี”) นักศิลปะการต่อสู้ที่น่าเกรงขาม หลังจากภูติสังขะจากไปไม่นานเตียนก็พบว่าตัวเองถูกล้อมไปด้วยทหารของราชเสนา ปรากฎว่าราชเสนารอดพ้นจากการพยายามลอบสังหารเพราะสวมเสื้อคลุมหุ้มเกราะใต้เสื้อคลุม จากนั้นราชเสนาก็เผยให้เถียนฟังว่าจริงๆแล้วเชอนังคือนักรบสวมหน้ากากที่ฆ่าพ่อของเทียนเมื่อหลายปีก่อน เชอนังอธิบายเทียนว่าเขาต้องเชื่อฟังราชเสนาไม่เช่นนั้นขุนศึกจะส่งกองทัพไปทำลายผาบีกครุฑ ขณะที่เถียนไม่เต็มใจต่อสู้กับเชอนังฝ่ายหลังก็ตรึงเขาไว้กับพื้นยอมรับว่าเขาเป็นลูกชายบุญธรรมของเขาและขอให้เขาฆ่าเขาและล้างแค้นให้กับพ่อของเขา จากนั้นเชอนังทำให้ดาบของเถียนฟันและเฉือนคอของเขาฆ่าตัวตาย

ลีลาแม่ไม้มวยไทยสำหรับ ภาพยนตร์ไทย เรื่องนี้ ออกมาน้อยกว่า 2 เรื่องแรกที่จาเล่น แต่ก็มีศาสตร์แขนงใหม่ออกมาให้เราชมคือ นาฏยุทธ์ (เอามวยไทยกับโขนมารวมกัน)และฉากที่น่าประทับใจก็คงไม่พ้นฉากที่สามารถทำให้ช้างทั้งโขลงยอมคุกเข่าให้ทุกตัว ทำได้อย่างไร เก่งจริงๆ ประทับใจมากขอปรบมือให้กับฉากนี้ โดยรวมถือว่ายังโอค่ะ อย่างน้อยฉากสวย การออกลีลาของพี่จาก็ยังน่าประทับใจอยู่ ดาราระดับเก๋าในเรื่องก็มีผลทำให้หนังน่าติดตามเหมือนกัน ไม่ว่าจะพี่ตั้ว, อาหนิง นิรุตติ์, อาสรพงษ์ และอาสันติสุข