The Social Network | เดอะโซเชียลเน็ตเวิร์ก (2010)

The-Social-Network (2010)

The Social Network | เดอะโซเชียลเน็ตเวิร์ก (2010)

สวัสดีคะทุกคน วันนี้เราจะมาสปอยหนังเรื่องนึง  ที่ทุกคนจะต้องรู้จักบุคคลนี้อย่างแน่นอน กับภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า “The Social Network” จาก เว็บหนังHD ภาพยนตร์เรื่องนี้ มันไม่ได้เน้นไปที่ตัว Facebook โดยตรงนะคะ แต่เนื้อหาของหนังนั้น เน้นไปที่เรื่องราวของเพื่อน การทรยศหักหลัง การใช้อารมณ์ เซ็กส์ และความสัมพันธ์ของมนุษย์ เรียกได้ว่าไม่ใช่หนังเล่าเรื่องแต่เป็นดราม่าอย่างแรงมากกว่า

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นประเภท ชีวประวัติ Biography เรื่องย่อ หลังจากเลิกรากับแฟนสาว เอริกา (รูนีย์ มาร่า) มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก (เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก) นักศึกษาหนุ่มวัย 20 ปี จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็สวมวิญญาณแฮคเกอร์ แฮคเข้าไปในทะเบียนประวัตินักศึกษาเพื่อเอาข้อมูลและรูปนักศึกษาในมหาวิทยาลัยมาสร้างเป็นหนังสือรุ่นออนไลน์ ในชื่อเว็บไซต์ Facemash และมีการโหวตว่าใครฮอตไม่ฮอตอีกด้วย โดยได้รับความช่วยเหลือจาก เอดัวร์โด้ เซฟริน (แอนดรูว์ การ์ฟิลด์) ซึ่งต่อมากลายเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊ค แต่แล้ว 6 เดือนต่อมา เขาก็ถูกมหาวิทยาลัยลงโทษด้วยการระงับใช้อินเทอร์เน็ต เพราะเข้าไปแฮคข้อมูลในระบบทะเบียนมหาวิทยาลัย หลังจากนั้น เขาก็เกิดไอเดียใหม่ เริ่มต้นคิดค้นและพัฒนาเว็บไซต์เฟซบุ๊คขึ้นมา โดยได้รับความช่วยเหลือจาก ดัสติน มาสโควิตช์ (โจเซฟ มาซเซลโล) รูมเมทของเขา

The-Social-Network

เรื่องของมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กผู้ก่อตั้ง Facebook เริ่มมามาร์คถูกเอริกาบอกเลิก จากบทสนทนา รู้สึกว่ามาร์คค่อนข้างเนิร์ดเลยพูดจาไม่ค่อยเข้าหูคน พอกลับหอพักที่ฮาร์เวิร์ดมาร์คก็ด่าเอริกา(แนวๆแฉ)ในบล็อก แล้วก็ดื่มจากนั้นก็เริ่มแฮคข้อมูลรูปภาพจากฐานข้อมูลนักศึกษาแล้วเอารูปผู้หญิงมาจับคู่กันตามหลักอัลกอริทึมเปิดเว็บไซต์ชื่อว่า Facematch ให้โหวตว่าชอบคนไหนมากกว่าจนเน็ตเวิร์คของมหาวิทยาลัยล่ม แค่สองชั่วโมงมีผู้เข้าชมถึงสองหมื่นคน มาร์คถูกสองพี่น้องวิงเคิลวอส คาเมรอนกับเทเลอร์ที่เป็นนักพายเรือของมหาวิทยาลัยชวนให้มาเป็นโปรแกรมเมอร์ สองพี่น้องเสนอไอเดียสร้างเว็บไซต์คอมมิวนิตีสำหรับนักศึกษาแบบเดียวกับเฟซบุคนั่นแหละ ต่อมามาร์คไปชวนเอดัวร์โด เพื่อนสนิทลงทุนสร้างเว็บเพื่อนก็ตกลงอย่างง่าย พอทำเว็บไซต์ The Facebook ของตัวเอง มาร์คพยายามเลี่ยงพยายามเลื่อนนัดคู่แฝดตลอดเวลา ในเรื่องเล่าเรื่องสลับกับการให้ปากคำที่มาร์คถูกแฝดฟ้องเรื่องขโมยทรัพสินทางปัญญา พอเว็บไซต์เริ่มดังมาร์คก็ขยายฐานออกไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ(ลึกๆคงหวังให้เอริกมาใช้บริการแหละ) พอคู่แฝดเห็นเว็บไซต์ของมาร์คก็ทำทุกทางตั้งแต่ใช้เส้นพ่อเพื่อเข้าร้องเรียนกับทางมหาวิทยาลัยแต่ก็ไม่ได้เรื่อง จนกระทั่งมาฟ้องร้อง กลับมาที่มาร์คกับเพื่อนเจอกับฌอน ปาร์คเกอร์(จัสติน ทิมเบอร์เลค)ที่เคยสร้างเว็บโหลดเพลงฟรี ฌอนแนะนำว่าให้ตัด The ทิ้งเหลือแค่ Facebook ตอนนั้นฌอนกับเพื่อนมาร์คความเห็นไม่ค่อยตรงกัน ต่อมาเพื่อนมาร์คไปนิวยอร์ค ฌอนมาเจอมาร์คอีกครั้งเลยเข้ามาเสียบเสนอไอเดียนู่นนี่ คือฌอนมันเก่งบริหารมากๆ พอเพื่อนมาร์คกลับมาก็โมโหที่มาร์คไปเอาฌอนเข้ามาร่วมเลยไประงับบัญชีทั้งหมด ฌอนพามาร์คไปหานายทุน 

เดอะโซเชียลเน็ตเวิร์ก

สุดท้ายมาร์ดก็ดีกับเพื่อนแต่คราวนี้ปัญหามันเกิดเพราะพอมาร์คขยายกิจการก็ต้องมีผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น เพื่อนของมาร์คเซ็นต์สัญญาโดยไม่ได้อ่าน เลยมีเรื่องมาฟ้องร้องมาร์คอีกราย มาร์คมันดันไปลดสัดส่วนของเพื่อนจาก 33.33% เหลือแค่ 0.03% แถมไม่มีชื่อในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุค แม้แต่ฌอนที่มาชุบมือเปิบยังมีหุ้น 7% ฌอนถูกจับเพราะปาร์ตีกับเด็กที่อายุไม่ถึง แถมยังเจอยาเสพติด (ในเรื่องไม่ได้บอกว่ามาร์คทำแต่หนังมันพาให้คิดว่าพอเสียเพื่อนรัก) มาร์คมันเลยแจ้งความจับฌอนคงอยากทำให้เสียชื่อ ตอนจบเป็นไคลแมกซ์มากๆ มาร์คมานั่งอยู่คนเดียว แอดเฟซบุคเอริกาแฟนเก่าแล้วนั่งกดรีเฟรชเพื่อรอให้เอริกาตอบรับเฟรนด์ ฉากที่น่าจดจำและส่วนตัวคิดว่าคือไคลแม็กซ์ที่สำคัญของเรื่องเรื่องก็คือ ฉากที่ Eduardo กลับมาที่ออฟฟิตของ Facebook แล้วพบว่าหุ้นในบริษัทของตัวเองลดลงเพราะ มาร์ค และ ฌอน วางแผนไว้ ซึ่ง Eduardo ในอารมณ์ที่เชื่อเพื่อนสนิทอย่างมาร์ค มาตลอดแต่ถูกเพื่อนรักตอบแทนโดยวิธีการนี้ ด้วยอาการที่เกินจะทนได้เขาเดินไปหามาร์ค และระเบิดอารมณ์ใส่จนถึงขั้นแตกหัก ซึ่งนอกจากอารมณ์หนังที่บีบผู้ชมอย่างสุดๆแล้ว ด้านนักแสดงโดยเฉพาะ Andrew Garfield  ในบท Eduardo นั้นก็อยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน 

รีวิวหนัง ส่วนฉากจบของเรื่องนั้น หนังเลือกจะปิดตัวลงโดยไม่บอกให้ผู้ชมรู้ว่า เอริกาแฟนเก่าของมาร์ค นั้น “ยอมรับ” เขาเป็นเพื่อนใน Facebook หรือไม่ แต่ที่แน่ๆก็คือ เอริกาได้กลายมาเป็นสมาชิกของ  Facebook เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่เจ้าตัวเคยประกาศลั่นกับมาร์คว่า ไม่มีวันที่เธอจะเข้าไปยุ่งกับโปรแกรมที่เขาเขียนขึ้นมาเลย สิ่งหนึ่งที่ผู้ชมรู้สึกได้ในฉากนี้ก็คือตอนนี้เอริกาได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่ที่สำคัญคือเมื่อกล้องแพนมาที่ใบหน้าของมาร์คที่เพิ่งผ่านการสอบปากคำอย่างหนักหน่วงมาทั้งเรื่อง แน่นอนค่ะ ไม่มีใครรู้ว่าในสมองของอัจฉริยะหนุ่มคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่  เมื่อตอนนี้ที่ Facebook กำลังสร้างเครือข่ายไปทั่วโลก แต่ตัวผู้คิดค้นเองตอนนี้กลับไม่หลือใครเคียงข้างแม้แต่คนเดียว ภาพแล็ปท็อปเครื่องเล็กตรงหน้ามาร์ค ที่เปิดหน้าโปรแกรม Facebook ภายในห้องเงียบๆที่ปราศจากใครสักคน กับใบหน้าของเขาที่กำลังคิดอะไรสักอย่างถือเป็นฉากจบที่ลงตัวและชวนให้คิดสะจริงๆ